Wi-Fi 7 กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกอินเทอร์เน็ตไร้สาย ด้วยความเร็วที่สูงขึ้นและความหน่วงที่ลดลง ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานระดับสูง เช่น การสตรีมวิดีโอ 4K-8K, การเล่นเกมออนไลน์ที่ต้องการความเสถียร และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ภายในบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 1-2 ปีแรก ผู้ผลิตก็พากันนำเสนอแต่ Router Wi-Fi 7 แบบเต็มรูปแบบ High End คือมีทั้ง Wi-Fi 7 คลื่น 6 GHz Channelwidth 320 MHz และ Port เชื่อมต่อแบบจัดเต็ม 10Gbps และชิฟสมรรถนะสูง ทำให้ราคา Wi-Fi 7 ก่อนหน้านี้จึงมีราคาหลายหมื่น แต่เมื่อการจะทำให้ Wi-Fi 7 เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยที่เหมาะสมกับการใช้เน็ตบ้านในไทยที่ให้บริการระหว่าง 1-2Gbps ทาง TP-Link จึงได้นำ TP-Link Archer BE6500 (BE400) มาทำตลาด โดยการลดสเปคลงมา แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติของ Wi-Fi 7 ครบ ทำให้การใช้งานไวไฟ ได้ใช้ฟีเจอร์สำคัญๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพได้ตรงความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ต้องการสเปคความเร็วเกินกว่า 2Gbps ได้ใช้เทคโนโลยีล่าสุด จับต้องง่ายขึ้น

ดีไซน์และฮาร์ดแวร์

TP-Link Archer BE6500 มาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย เรียบง่าย แต่แข็งแรง ตัวเครื่องออกแบบให้สามารถกระจายสัญญาณได้รอบทิศ ทะลุทะลวงสูง ภายในติดตั้งเสาอากาศแบบ High-Gain จำนวน 6 ต้น (แบบ fixed ถอดไม่ได้แต่หมุนได้) ซึ่งช่วยให้สามารถกระจายสัญญาณได้ไกลขึ้นและรองรับการใช้งานในทุกทิศทาง เหมาะสำหรับบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีห้องระดับ 2-3 ห้องได้ดี

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อ มาพร้อมกับ 5 พอร์ต LAN/WAN ดังนี้:

  • 1 x 2.5G WAN Port สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
  • 1 x 2.5G LAN Port สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการความเร็วสูงสุด เช่น คอมพิวเตอร์เกมมิ่ง หรือ NAS
  • 3 x 1G LAN Ports สำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องการการเชื่อมต่อแบบมีสาย
  • 1 x USB 3.0 Port สำหรับแชร์ไฟล์ผ่านเครือข่ายหรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

แกะกล่อง

ในกล่องมีตัวเครื่องสีดำ พร้อมสายแลน 1 เมตร คู่มือแบบ Quick และ Adapter ขนาด 2.5A

ประสิทธิภาพ Wi-Fi 7

ความเร็วและช่วงสัญญาณ

TP-Link Archer BE6500 เป็นเราเตอร์ Dual-Band Wi-Fi 7 ที่รองรับความเร็วรวมสูงสุด 6.5 Gbps โดยแบ่งเป็น:

  • 5 GHz: สูงสุด 5764 Mbps ให้บริการนในช่อง 36-64 หรือ 100-128 Channelwidth สูงสุด 160 MHz
  • 2.4 GHz: สูงสุด 688 Mbps ให้บริการในช่อง 1-11 Channelwidth สูงสุด 40 MHz

เทคโนโลยี 4096-QAM และ Multi-RU ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูล และลดการชนกันของสัญญาณระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้งานพร้อมกันได้เป็นอย่างดี่ มาพร้อม Option เพิ่มประสิทธิภาพระดับสูงเช่น Airtime Fairness , OFDMA , TarketWakeTime , 4×4 MU-MIMO

ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ Wi-Fi 7 เหนือชั้นกว่า

Multi-Link Operation (MLO)

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของ Wi-Fi 7 คือ Multi-Link Operation (MLO) ที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อทั้ง 2.4 GHz และ 5 GHz พร้อมกันในอุปกรณ์ที่รองรับ ลดความแออัดของสัญญาณและเพิ่มความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล อุปกรณ์ที่นำมาเชื่อมต่อสามารถรวมคลื่น หรือใช้คลื่นใดคลื่นหนึ่งอย่างต่อเนื่องให้การเชื่อมต่อไม่มีตัดขาดจาก Router/AP ทำให้การใช้งานมีเสถียรภาพแม้จะเคลื่อนที่ไปมาในบ้านหรือไปจุดอับก็ใช้คลื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา

ระบบความปลอดภัย WPA3 และ HomeShield

TP-Link Archer BE6500 รองรับ WPA3 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุด และยังมาพร้อมกับ TP-Link HomeShield ที่ให้การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ และสามารถตั้งค่าควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านได้

รองรับ EasyMesh และ OFDMA

สำหรับบ้านที่มีพื้นที่กว้างและต้องการขยายสัญญาณ BE6500 รองรับ EasyMesh สามารถเชื่อมต่อกับเราเตอร์ TP-Link ที่รองรับ Mesh ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครือข่ายใหม่ พร้อมเทคโนโลยี OFDMA (Orthogonal Frequency-Division Multiple Access) ที่ช่วยให้การรับ-ส่งข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แม้มีอุปกรณ์เชื่อมต่อหลายเครื่องพร้อมกัน

การตั้งค่าและแอปพลิเคชัน

Archer BE6500 รองรับ แอป TP-Link Tether ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าและจัดการเราเตอร์ได้ง่าย ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน รวมถึงสามารถตรวจสอบสถานะเครือข่าย ควบคุมอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้สะดวก หรือผู้ใช้ที่อยากปรับแต่งขั้นสูงสามารถเข้าใช้งานผ่าน web browser ได้ที่ URL default คือ 192.168.0.1

ทดสอบใช้งานจริงเพื่อวัดประสิทธิภาพสูงสุด

ด้วยการที่ BE6500 เป็น Router Wi-Fi 7 เราจึงต้องนำเน็ตต้นทางที่มีความเร็วระดับสูง เกินกว่า PORT ที่รองรับคือ 2.5Gbps มาทดสอบ ในการนี้ TelecomLover ใช้เน็ตต้นทางสปีด 5/3Gbps มาเชื่อมต่อ

เน็ตผ่านสาย LAN

แน่นอนว่าการใช้งานผ่าน LAN ผ่าน Windows PC นั้นได้เต็มท่อที่ตัวเครื่องรองรับ 2.5/2.5Gbps ทดสอบได้ถึง 2.3/2.3Gbps และ Latency ที่ค่อนข้างต่ำลงไปถึง 4ms

แต่สิ่งที่วัดกันได้จริงจากความเป็น Wi-Fi 7 คือการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ในการนี้เราใช้ SmartPhone ที่รองรับ Wi-Fi 7 บนคลื่น 2.4 และ 5 GHz รวมถึงสามารถทำการรวมคลื่นด้วยฟีเจอร์ MLO มาทดสอบสปีดสูงสุดด้วย vivo X100 ULTRA

Wi-Fi 7 บนคลื่น 2.4 GHz

ภาพ LinkSpeed 688Mbps บนคลื่น 2.4 GHz Wi-Fi 7 (40)

หลายคนคงไม่ทราบว่า นอกจากความเร็วสูงๆจากคลื่น 5/6GHz แล้ว สปีดที่ได้จาก 2.4GHz ที่รองรับ Wi-Fi 7 นั้นเร็วเพียงพอให้เราใช้งานได้แล้วแบบมีประสิทธิภาพ ความเร็วที่ได้คือมากกว่า 500Mbps จาก LinkSpeed ที่ 688Mbps ด้วย Bandwidth 40 MHz

Wi-Fi 7 บนคลื่น 5 GHz

ภาพ LinkSpeed 2882Mbps บนคลื่น 5 GHz Wi-Fi 7 (160)

ความแตกต่างของ Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 7 ช่อสำคัญคือการเพิ่ม 4096 QAM Modulation เข้าไปเพื่อเพิ่มความเร็วรับส่งให้สูงขึ้น จาก Bandwidth สูงสุดที่ 160 MHz เราได้ LinkSpeed ที่ 2882 Mbps ซึ่งถ้าเป็น Wi-Fi 6 จะได้แค่ 2402Mbps ดังนั้นความเร็ววสูงสุดที่ได้จากเน็ต 2Gbps จึงวิ่งครบ 2Gbps แบบไร้กังวลแม้ว่าจะไม่ได้ใช้คลื่น 6 GHz ที่มีช่องกว้าง 320 MHz แต่ 5 GHz ที่เปิด BW 160 MHz ก็สามารถนำความเร็วระดับ 2Gbps สูงสุดตามแพ็กเกจสูงสุดของเน็ตบ้านในไทยให้ใช้งานได้แล้ว

Wi-Fi 7 แบบ MLO รวม 2 คลื่น

ภาพการทำ MLO 2 คลื่น สร้าง LinkSpeed ขนาด 3.5Gbps

แม้ว่าความเร็วสูงสุดของคลื่น 5 GHz Wi-Fi 7 จะทำให้เราใช้เน็ตได้สูงถึง 2Gbps แล้ว แต่หากเราเคลื่อนที่ไปมา หรือเริ่มออกห่างจากตัว Router แล้ว แน่นอนว่าความเร็วสูงสุดจะไม่คงที่ในทุกๆที่เราเดินออกห่างไป มันจะลดลงเรื่อยๆตามระยะทางหรืออุปสรรคที่กีดขวาง ลดทอนกำลังแรงของคลื่น ด้วย Pain Point นี้ทำให้ Wi-Fi 7 MLO มาช่วยแก้ทำให้รักษาความเร็วสูงสุดให้ใช้งานได้ตลอดเวลาด้วยการนำคลื่นความถี่หลายๆคลื่นมารวมกันหรือทำ Back Up ให้อุปกรณ์ที่เราใช้จับสัญญาณ 2 ความถี่พร้อมกันและนำความเร็วสูงสุดที่ได้มาให้บริการ อย่างกรณีที่ทดสอบนี้เราได้ความเร็วมากกว่า คลื่น 5 GHz คลื่นเดียวเพียงเล็กน้อย แต่ระยะทางที่ใช้งานได้สามารถออกห่างไปได้ไกลกว่าการใช้คลื่นเดียวหรือไม่ใช้ MLO ได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นและข้อสังเกตุ

ข้อดี

✔️ รองรับ Wi-Fi 7 ความเร็วสูงสุดมากกว่า 2Gbps พร้อม Coverage ที่ยอดเยี่ยม
✔️ มี 2.5G WAN และ LAN Ports เน็ตบ้านไทยใช้ได้ทุกแพ็กเกจ
✔️ ฟีเจอร์ MLO และ OFDMA เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ
✔️ รองรับ EasyMesh ขยายเครือข่ายได้ง่ายด้วยอุปกรณ์ TP-Link
✔️ ระบบความปลอดภัยระดับสูง WPA3 และ HomeShield
✔️ รองรับ แอป TP-Link Tether จัดการเครือข่ายผ่านมือถือได้สะดวก
✔️ มี พอร์ต USB 3.0 สำหรับแชร์ไฟล์ผ่านเครือข่าย

ข้อสังเกตุ

⚠️ เป็น Dual-Band ไม่ใช่ Tri-Band และไม่รองรับคลื่น 6 GHz
⚠️ ต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

บทสรุป

TP-Link Archer BE6500 เป็นเราเตอร์ Wi-Fi 7 ที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความเร็วสูงระดับ 1-2Gbps โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป แม้ว่าจะเป็น Dual-Band และไม่มีคลื่น 6 GHz แต่ยังคงมีฟีเจอร์หลักของ Wi-Fi 7 อย่างครบถ้วน เช่น 4096-QAM, Multi-RU, OFDMA, MLO (Multi-Link Operation) และ EasyMesh ทำให้รองรับการใช้งานที่เสถียร แม้ในพื้นที่กว้างหรือมีอุปกรณ์เชื่อมต่อหลายตัวใช้งานพร้อมกัน

ด้านฮาร์ดแวร์ Archer BE6500 มาพร้อมกับดีไซน์ที่แข็งแรง เสาอากาศ 6 ต้น ที่ให้สัญญาณครอบคลุมทั่วถึง สามารถปรับเปลี่ยนการวางแบบปกติหรือแขวนกับผนังห้องให้รองรับการส่งสัญญาณได้ทุกสถานการณ์ รองรับพอร์ตเชื่อมต่อระดับสูง 2.5G WAN/LAN ทำให้รองรับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมพอร์ต USB 3.0 สำหรับแชร์ไฟล์ผ่านเครือข่ายภายในได้สะดวกขึ้น

การทดสอบจริงแสดงให้เห็นว่าความเร็วไร้สายของ Wi-Fi 7 ทำได้สูงสุด 2Gbps ผ่านคลื่น 5 GHz และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมด้วย MLO ซึ่งช่วยให้การใช้งานยังคงเสถียรแม้ในระยะที่ไกลจากตัวเราเตอร์ นอกจากนี้ ยังมี WPA3 และ HomeShield ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยของเครือข่ายในบ้าน

โดยสรุป TP-Link Archer BE6500 (BE400) เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสเทคโนโลยี Wi-Fi 7 ในราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยราคาเปิดตัวเพียง 4990 บาท สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงได้เต็มประสิทธิภาพ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

TP-Link Official Lazada : https://s.lazada.co.th/s.uhBqf

TP-Link Official Shopee :https://s.shopee.co.th/8Kag9cR7Kh

Comments

comments